โรงพยาบาลทุ่งใหญ่
ปัจจุบัน นายปกป้อง เศวตชนะ นายแพทย์ชำนาญการ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อ 075-489080 ต่อ 1004
รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ตั้งแต่ อดีต – ปัจจุบัน
1. นายสาธิต ไผ่ประเสริฐ ดำรงตำแหน่งเมื่อ 1 เมษายน พ.ศ.2526 – 20 มกราคม พ.ศ.2532
2. นายสวรรค์ กาญจนะ ดำรงตำแหน่งเมื่อ 21 มกราคม พ.ศ.2532 – 22 พฤษภาคม พ.ศ.2534
3. นายสมเกียรติ พาหุบุตร ดำรงตำแหน่งเมื่อ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 – 23 กันยายน พ.ศ.2546
4. นายพรเทพ มิ่งมาลัยรักษ์ดำรงตำแหน่งเมื่อ 24 กันยายน พ.ศ.2546 – 14 พฤษภาคม พ.ศ.2547
5. นายศรัญยู ไกรนรา ดำรงตำแหน่งเมื่อ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2547– 30 เมษายน พ.ศ.2557
6. นายจรัส จันทร์ตระกูล ดำรงตำแหน่งเมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2557 – 27 สิงหาคม พ.ศ.2558
7. นายธิติ วิริยาภรณ์ดำรงตำแหน่งเมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ.2558 – 31 พฤษภาคม พ.ศ.2559
8. นายสวรรค์ กาญจนะ ดำรงตำแหน่งเมื่อ 1 กรกฏาคม พ.ศ.2559 – 5 ตุลาคม พ.ศ.2561
9. นายกันตภณ ขอพลอยกลาง ดำรงตำแหน่งเมื่อ 6 ตุลาคม พ.ศ.2561– 16 ธันวาคม พ.ศ.2561
10. นายไพศาล แก้วนพรัตน์ ดำรงตำแหน่งเมื่อ 17 ธันวาคม 2561 – 14 กรกฏาคม พ.ศ.2563
11. นายรัตนพล ล้อประเสริฐกุล ดำรงตำแหน่งเมื่อ 14 กรกฏาคม 2563 – 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563
12. นายปกป้อง เศวตชนะ ดำรงตำแหน่งเมื่อ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563– ถึงปัจจุบัน
โรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 264 หมู่ที่ 2 ตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิด ดำเนินการเป็นโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2526 มีพื้นที่ 15 ไร่ งาน 97 ตารางวา ได้จาก การบริจาคโดยราษฎร จำนวน 5 ราย คือ
1. นางเลียบ ลือสวัสดิ์ จำนวน 5 ไร่ งาน 50 ตารางวา
2. นางคลาย แก้วกำยาน จำนวน 4 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา
3. นายบุญมี ศิริสมบัติ จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 90 ตารางวา
4. นายสมมาตย์ ขวัญเมือง จำนวน 2 ไร่ งาน 40 ตารางวา
5. นายสุทิน ลือสวัสดิ์ จำนวน 1 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวา
ปัจจุบันโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ มีพื้นที่เพิ่มเติมตามรายละเอียดดังนี้
1. นศ 644 จำนวน 15 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา (พื้นที่เดิมที่ได้จากการบริจาค)
2. นศ 932 จำนวน 2 ไร่ 43 ตารางวา (ซื้อเพิ่มเติม)
3. นศ.934 จำนวน 2 ไร่ 20 ตารางวา (ซื้อเพิ่มเติม)
4. นศ 935 จำนวน 1 งาน 20 ตารางวา (รับบริจาคจากนายคล้อย - นางริ่น แก้วกำยาน)
จากข้อมูลข้างต้น 1-4 รวมพื้นที่ทั้งหมด 21 ไร่ 80 ตารางวา ได้มีการรางวัดใหม่ปรากฏว่า มีพื้นที่เพิ่มเติมเป็น 24 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา
5. นศ 951 จำนวน 2 ไร่ (รับบริจาคเพิ่มเติมจาก นายสุทิน ลือสวัสดิ์)
6. นศ 1097 จำนวน 3 ไร่ 58 ตารางวา (ซื้อเพิ่มเติม)
7. นศ 3 ก 7390 จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา (ซื้อเพิ่มเติม)
(จากข้อมูลข้างต้น 5-7 ซื้อเพิ่มเติมและรับบริจาค รวม 7 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา)
รวมโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมด 31 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา
ปีงบประมาณปี พ.ศ. 2533 ได้รับขยาย เป็นโรงพยาบาล 30 เตียง โดยได้รับงบประมาณจำนวน 10,600,000 บาท (สิบล้านหกแสนบาทถ้วน) สร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2534
5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 คระกรรมการที่ปรึกษาโรงพยาบาลร่วมกับชาวอำเภอทุ่งใหญ่และอำเภอใกล้เคียงได้ ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคี ยอดเงินบริจาค 1,464,029.50 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนหกหมื่นสี่พันยี่สิบเก้าบาทห้าสิบ-สตางค์) เพื่อก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธ ชื่อ “ ตึกธรรมิสรานุวัตร” จำนวน 1 หลัง พร้อมกราบเรียนเชิญ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย มา ทำพิธีเปิดโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2537
ต่อมาปีงบประมาณ 2541 ได้รับขยายเป็น 60 เตียง งบประมาณ 10,793,175 บาท (สิบล้านเจ็ดแสนเก้า-หมื่น สามพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) สร้างเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2553 เปิดดำเนินการเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2543
เนื่องจากในช่วงได้รับการขยายเป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง นั้นเป็นช่วงวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนในส่วนของครุภัณฑ์ต่างๆ จึงถูกตัดไป ประกอบกับอาคาร 10 เตียง ที่ได้เปิดดำเนินการ มาเป็นเวลา 17 ปี และอาคาร 30 เตียงที่ได้เปิดดำเนินการมาแล้ว 9 ปี จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อ สามารถให้บริการแก่ผู้รับบริการที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย โรงพยาบาลทุ่งใหญ่จึงดำเนินการ ทอดผ้าป่าสามัคคีอีกครั้ง เมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2543 ยอดเงินบริจาค 1,816,039 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นหกพันสามสิบเก้าบาทถ้วน) และสามารถเปิดบริการ 60 เตียง ได้สมบูรณ์เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2547
มีเจ้าหน้าที่ให้บริการทั้งหมด 205 คน ซึ่งเป็นนายแพทย์ 11 คน เทคนิคการแพทย์ 5 คน ทันตแพทย์ 5 คน เภสัชกร 7คน พยาบาล 52 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนอื่น ๆ อีก 125 คน ให้บริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แผนกผู้ป่วยนอก แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน คลินิกโรคเบาหวาน – ความดัน และ บริการ ทันตกรรม ทางโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ดำเนินงานโดยมุ่งวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน “เป็นโรงพยาบาลชุมชนต้นแบบใน การจัดระบบสุขภาพที่ได้มาตรฐานร่วมกับภาคีเครือข่าย”

|| เกี่ยวกับโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ ||
“หน่วยงานราชการ” คือองค์กรหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาประเทศและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ภายใต้การกำหนดแนวทางการบริหารงานโดยรัฐบาลและมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ทั้งนี้ภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานราชการนั้นได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน
หน่วยงานที่รับผิดชอบให้บริการสาธารณะทางปกครองซึ่งเป็นภารกิจหลักของรัฐ
หน่วยงานที่รับผิดชอบบริการสาธารณะทางอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม
หน่วยงานที่รับผิดชอบบริการสาธารณะทางสังคมและวัฒนธรรม
ส่วนราชการ หมายถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบให้บริการสาธารณะทางปกครองซึ่งเป็นภารกิจหลักของรัฐ ให้บริการเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งกำไร ใช้งบประมาณแผ่นดิน ใช้อำนาจฝ่ายเดียวของรัฐเป็นหลักในการดำเนินกิจกรรม บุคลากรมีสถานะเป็นข้าราชการและรัฐต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการกระทำของหน่วยงาน
ตัวอย่างการนำไปใช้ในประเทศไทย
1.
รายละเอียดโดยรวมของหัวข้อที่ต้องการแนะนำ
2.
รายละเอียดโดยรวมของหัวข้อที่ต้องการแนะนำ
3.
รายละเอียดโดยรวมของหัวข้อที่ต้องการแนะนำ
| ปี | หน่ายงาน | รายละเอียด | เพิมเติม |
| พ.ศ.2523 | หน่วยงานราชการ | หน่วยงานราชการคือองค์กรหลักที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาประเทศและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ภายใต้การกำหนดแนวทางการบริหารงานโดยรัฐบาลและมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน | หมายเหตุ |
| พ.ศ.2524 | หน่วยงานราชการ | การบริหารราชการการดำเนินกิจกรรมของส่วนราชการต่างๆ ของรัฐให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยองค์ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์การบริหารราชการจะมีลักษณะเป็นกิจกรรมในทางปฏิบัติที่ จำเป็นต้องอาศัยรัฐประศาสนศาสตร์ในฐานะที่เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการหรือการบริหารรัฐกิจ | หมายเหตุ |
| พ.ศ.2526 | หน่วยงานราชการ | การจัดการปกครองการจัดการปกครอง (Governance) เป็นคำศัพท์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงบทบาทของรัฐช่วงทศวรรษ 1990 เป็นการวางแนวทางและจัดความสัมพันธ์ในการปกครองของภาครัฐใหม่เพื่อให้ระบบการเมืองเปิดกว้าง | หมายเหตุ |
คำว่าการจัดการปกครองที่ใช้กันอยู่ในสังคมไทยมีปัญหาในสองด้าน กล่าวคือ ด้านแรกเป็นปัญหาของการแปลที่สับสบระหว่างคำว่าการจัดการปกครอง การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และธรรมาภิบาล ส่วนปัญหาอีกด้านหนึ่งซึ่งสำคัญกว่า คือ ปัญหาในการนำไปปฏิบัติจริง การจัดการปกครองแทบจะยังไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทยที่รวมศูนย์อำนาจ ขาดความโปร่งใส ไม่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุล และท้องถิ่นยังไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง